วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ความผิดเพี้ยน 3 ประการ ของเศรษฐกิจโลกในตอนนี้ 1


“พวกเรามาลงทุนกันเหอะ” เนื่องจากเงินเฟ้อ 3% ต่อปี เงินมีค่าเพียงน้อยนิดลงทุกปี การลงทุนจะช่วยทำให้เงินเพิ่มเร็วกว่าเงินเฟ้อได้ นี่เป็นคำกล่าว “คลาสสิก” ที่พวกเราได้ยินบ่อยๆจากผู้ที่เชื้อเชิญให้ลงทุน พวกเรามาดูจำนวนเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริง
ปี 2558 เงินเฟ้อ -0.9%
ปี 2559 เงินเฟ้อ 0.2%
ปี 2560 เงินเฟ้อ 0.7%
ปี 2561 เงินเฟ้อ 1.1%
ปี 2562 เดาเงินเฟ้อที่ 0.9%

สำหรับผู้ที่มิได้ลงทุนอะไรเลยในตอน 5 ปีนี้ เงินของเขาจะมีค่าเพียงน้อยนิดลงเพียงแค่ 2% ถ้าหากเขานำเงินไปฝากดอกออมทรัพย์ได้ปีละ 0.5% จะได้ 2.5% เพราะเหตุใด 5 ปีที่ล่วงเลยไป เงินเฟ้อต่ำมากมาย แล้วเงินเฟ้อที่ต่ำแบบงี้จะอยู่อีกนานเพียงใด? ความเลื่อมใสว่าพวกเราจำเป็นต้องลงทุนเพื่อคุ้มครองเงินเฟ้อ บางครั้งอาจจะเป็นความเชื่อที่โบราณแล้วหรือเปล่า? ความผิดพลาดฟั่นเฟือนประการแรกของเศรษฐกิจโลกเวลานี้ ก็คือ “เงินเฟ้อต่ำอย่างช้านาน” อย่างไม่เคยเกิดมาก่อน

ต้นเหตุที่เงินเฟ้อต่ำมาจากสาเหตุหลายประการ องค์ประกอบที่สำคัญของเงินเฟ้อที่ราคามิได้มากขึ้นในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็คือ ค่าเชื้อเพลิง รวมทั้งค่าของกิน ราคาน้ำมัน แล้วก็ ราคาเนื้อสัตว์ต่างๆอยู่ในระดับเดิมมายาวนานหลายปีแล้ว รวมถึงเศรษฐกิจที่มิได้ขยายตัวเร็ว ก็มิได้รีบให้คนเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์ เนื่องจากว่าถ้าเกิดเพิ่มราคา ผลิตภัณฑ์ก็ไม่มีคนซื้อ

รวมถึงการที่ E-Commerce เข้ามามีหน้าที่ในโลกยุคนี้ ซึ่งการประลองกันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆของคนขาย ก็ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์มิได้มากขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว กลับทำให้ผลิตภัณฑ์บางจำพวกแพงถูกลงด้วย เงินเฟ้อไม่เพิ่ม ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ประเด็นนี้ดูเหมือนจะผิดเพี้ยนไปจากที่พวกเราถูกสอนกันมา แล้วมีอะไรบ้างที่อยู่ในโลกการคลังที่ผิดเพี้ยนอีกในช่วงเวลานี้? ข้อผิดพลาดฟั่นเฟือนประการที่ 2 ก็คือ อัตราค่าดอกเบี้ย

เมืองไทยมีอัตราค่าดอกเบี้ยที่ต่ำมาอย่างนาน ในตอน 4 ปีให้หลัง อัตราค่าดอกเบี้ยหลักการของไทยดำรงอยู่ที่ราวๆ 1.75% มาตลอด และก็เหลือ 1.5% ในขณะนี้ ในประเทศฝั่งยุโรป แล้วก็ ประเทศญี่ปุ่น มีอัตราค่าดอกเบี้ยต่ำมากมายจนถึงใกล้เคียงศูนย์ ยูโรโซน มีอัตราค่าดอกเบี้ยแนวนโยบาย 0% ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีอัตราค่าดอกเบี้ยแนวนโยบาย -0.75% เดนมาร์ก มีอัตราค่าดอกเบี้ยหลักการ -0.75% ประเทศญี่ปุ่น มีอัตราค่าดอกเบี้ยแนวนโยบาย -0.10%

ในช่วงเวลานี้ พันธบัตรของหลายประเทศจำหน่ายกันในอัตราค่าดอกเบี้ยที่ติดลบทุกช่วงอายุราคา ไม่ว่าพวกเราจะซื้อพันธบัตร 1 ปี 5 ปี 10 ปี ของประเทศเยอรมัน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก ประเทศญี่ปุ่น พวกเราจะได้เงินต้นคืนที่น้อยกว่าเดิม เพราะเหตุใดนักลงทุนถึงยอมซื้อพันธบัตรทั้งๆที่ดอกติดลบ? ปัจจัยแรกก็คือ นักลงทุนไม่กล้าซื้อทรัพย์สินอื่นที่เสี่ยงกว่า นักลงทุนอยากได้รักษาเงินต้นจำนวนมากไว้หากแม้จะเสียเงินเสียทองต้นไปบางส่วน

เรื่องถัดมาก็คือ ผู้ที่ซื้อพันธบัตร จำนวนมากจะเป็นสถาบัน บางสถาบัน ยกตัวอย่างเช่น แบงค์ หรือ รับรอง จึงควรซื้อพันธบัตรเพื่อเป็นทรัพย์สินสำรอง หรือบางสถาบัน ก็บางทีอาจจะซื้อพันธบัตรเพื่อทำเงินจากส่วนต่างราคาได้ เพราะเหตุว่าพันธบัตรจะมีการประเมินราคา (mark to market) อยู่แต่ละวัน หากดอกลงไปอีกราคาของพันธบัตรจะมากขึ้น จำต้องสารภาพว่าประเด็นนี้เกิดเรื่องแปลก ที่นักลงทุนยอมซื้อพันธบัตรดอกติดลบ เพื่อหวังว่าดอกจะติดลบเยอะขึ้นในอนาคต

แต่ว่าเรื่องที่ผิดเพี้ยนนี้ มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และก็ที่แปลกกว่าก็คือ มันเปลี่ยนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับปัจจุบัน ความผิดพลาดบ้าประการท้ายที่สุด ในขณะนี้หลายประเทศ พันธบัตรอายุยาว ให้ดอกที่ต่ำกว่า พันธบัตรอายุสั้น หรือเรียกว่า Inverted Yield Curve พวกเราเคยเชื่อกันมาว่า ถ้าเกิดพวกเรายืมเงินยาว ย่อมจำเป็นต้องจ่ายดอกแพงกว่า แต่ว่าปัจจุบันนี้มันผิดเพี้ยน ทุกคนประเคนเงินมาให้รัฐบาลยืม ยิ่งระยะยาวยิ่งดี ดอกน้อยช่างเถิด

เนื่องจากทุกคนกลัว และก็วิ่งไปสู่พันธบัตรซึ่งนับว่าไม่เป็นอันตราย และก็ต้องการล็อกผลตอบแทนให้ยาวที่สุด จากข้อมูลปัจจุบัน พันธบัตรอายุ 30 ปีของประเทศสหรัฐอเมริกา ดอกทำจุดต่ำสุดที่ 2% ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีประเทศนี้ขึ้นมามีความหมายว่าเดี๋ยวนี้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถยืมเงินจากราษฎรในช่วงเวลา 30 ปี โดยจ่ายดอกเพียงแต่ 2% ต่อปี

ความผิดพลาดฟั่นเฟือนทั้งปวงนี้เกิดเรื่องที่แม้กระทั้งผู้เชี่ยวชาญในโลกการคลังก็ยัง งวยงง เพราะเหตุว่าบางเรื่องเขาก็พึ่งจะเคยพบเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา ในอนาคต เวลาพวกเราฝากเงินที่แบงค์ จากที่ต้องหาแบงค์ที่ให้ดอกมากมายสุด อาจจำเป็นต้องกลายเป็น แบงค์ไหนคิดรายจ่ายสำหรับในการฝากเงินน้อยสุด ก็ไม่รู้จักว่าหัวข้อนี้จะจบลงยังไง แต่ว่าที่ทราบเป็น หลังจากนี้ เศรษฐกิจของโลก จะฉีกตำราเรียนเดิมที่เคยมีมา และก็พวกเราทุกคน อาจจะจำเป็นต้องรับผลที่ได้ขึ้นไปพร้อมเพียงกัน

ข้อสมมติของวิชาการเงินในอดีตกาลที่ชอบพูดว่า
1. เงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี
2. ฝากเงินจะต้องได้ดอก
3. พันธบัตรอายุยาว ให้ดอก มากยิ่งกว่าอายุสั้น

ถ้าเกิดพวกเราเป็นคุณครู พวกเราก็อาจจะเขินที่จะสอนเรื่องกลุ่มนี้ให้กับ เด็กนักเรียนด้วยเหตุว่าทราบว่าสอนไป มันก็ไม่ตรงกับ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ตอนนี้

สนับสนุนโดย UFABET เว็บอันดับ 1 ของไทย
  • มีเกมส์ให้เล่นมากที่สุด
  • ราคาน้ำดี ให้ค่าคอมสูงที่สุด
  • ฝากถอนโอนไว รวดเร็วทันใจ
  • เล่นตรงกับบริษัท ปลอดภัยมั่นใจได้
  • มีพนักงานพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น