ที่เด่นชัดที่สุดเป็น ในฐานะผู้ซื้อจะจับจ่ายซื้อของได้ลดลงด้วยจำนวนเงินเหมือนเดิม หรือแม้กระทั้งในฐานะนักลงทุน จะได้รับผลตอบแทนที่น้อยลง เหตุเพราะอัตราค่าดอกเบี้ยที่จริงจริงน้อยลง สำหรับเพื่อการคำนวณหา ดอกที่จริงจริง จะนำเอาดอกที่พวกเราได้มาลบด้วยเงินเฟ้อ เมื่อเงินเฟ้อมากมาย แสดงว่าดอกที่จริงจริงจะน้อยลงมากมาย แล้วอัตราเงินเฟ้อทั่วๆไปเฉลี่ยของไทยในตอนก่อนหน้าที่ผ่านมาคืออะไร?
ปี 2546 - 2550 อัตราเงินเฟ้อทั่วๆไปเฉลี่ย 3.2%
ปี 2551 - 2555 อัตราเงินเฟ้อทั่วๆไปเฉลี่ย 3.0%
ปี 2556 - 2561 อัตราเงินเฟ้อทั่วๆไปเฉลี่ย 0.9%
จะมีความเห็นว่าตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา อัตราเงินเฟ้อทั่วๆไปเฉลี่ยของไทยนั้น น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเกิดขึ้นมาจากหลายกรณี
1. การน้อยลงของราคาน้ำมัน น้ำมันเป็นเยี่ยมในต้นเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อของไทยนั้นต่ำ ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดน้อยลงจากระดับที่มากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2559 แล้วก็ที่สำคัญนับจากปี 2557 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันก็ไม่เคยขึ้นไปถึงระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกเลย
ซึ่งราคาน้ำมันที่ต่ำลง ส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นผลมาจากทุนสำหรับเพื่อการผลิตน้ำมันที่ลดน้อยลง จากความเจริญทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง Shale Oil ซึ่งการต่ำลงของราคาน้ำมันทำให้เงินลงทุนการสร้างของหลายอุตสาหกรรมลดน้อยลง ราคาผลิตภัณฑ์ก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องปรับนิสัยมากขึ้น นำมาซึ่งการทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำสุดท้าย
2. การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย
ปี 2557 ไทยมีดุลบัญชีหมุนเวียนเกินดุล 487,000 ล้านบาท
ปี 2561 ไทยมีดุลบัญชีหมุนเวียนเกินดุล 1,200,000 ล้านบาท
การเกินดุลของดุลบัญชีเดินสะพัดโดยตลอด มาจากการเกินดุลกิจการค้า แล้วก็ดุลบริการ โดยยิ่งไปกว่านั้นการเจริญเติบโตของนักเดินทางที่เข้ามาไทย โดยการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเฉลี่ยแล้วเดือนละ 100,000 ล้านบาท ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ซึ่งสภาวะเงินบาทแข็ง การนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างๆเข้ามาในประเทศ อย่างเช่น น้ำมัน จะราคาแพงถูกลงในรูปของเงินบาท โดยจะมีผลทางอ้อมให้ผลิตภัณฑ์ทั่วๆไปราคาแพงต่ำ และก็ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับค่อนข้างต่ำท้ายที่สุด
3. การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
ปี 2530 - 2540 ตอนก่อนกำเนิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540 GDP ของไทยเติบโตเฉลี่ยแล้วปีละ 8.2%
ปี 2541 - 2551 พักหลังเศรษฐกิจตกต่ำ GDP ของไทยเติบโตเฉลี่ยแล้วปีละ 3.7%
UFABET บ้านผลบอล ราคาบอล ตารางบอลวันนี้ แล้วก็ตั้งแต่ปี 2552 - 2561 นั้น GDP ของไทยเติบโตเฉลี่ยแล้วปีละ 3.2% เศรษฐกิจที่เติบโตช้าลงของไทย เกิดจากปัจจัยภายนอก และก็ข้างใน ตั้งแต่วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ วิกฤติหนี้สินสาธารณะยุโรป ความไม่สงบทางด้านการเมือง และก็หนี้ครอบครัวของไทยที่ปรับมากขึ้นในตอน 10 ปีข้างหลัง
ยังไม่รวมส่วนประกอบพลเมืองไทยที่มีรูปทรงคนชราเพิ่มมากขึ้นปี 2545 รูปร่างประชาชนคนสูงอายุต่อสามัญชนทั้งปวงพอๆกับ 7% แล้วก็เพิ่มมาอยู่ที่ 10% ในปี 2558 โดยมีลักษณะท่าทางที่จะมากขึ้นอีก ทั้งสิ้นนี้ก็เลยทำให้การบริโภค การใช้สอย และก็การลงทุนนั้น ชะลอตัวตามไปด้วย
นอกเหนือจากนั้น ยังมีเหตุอื่นๆดังเช่นว่า การควบคุมราคาผลิตภัณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ และก็การเจริญเติบโตอย่างเร็วของธุรกิจ E-Commerce ในปี 2561 ราคาตลาด E-Commerce พอๆกับ 3.1 ล้านล้านบาท โดยตลาด E-Commerce ใช้จุดแข็งสำหรับเพื่อการไม่มีหน้าร้านค้า และก็ขายของในราคาไม่แพง ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ทั่วๆไปในตลาดไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงราคาเพิ่มได้มาก
จริงอยู่ว่าเงินเฟ้อที่ต่ำเกิดผลดีต่อคนซื้อ ด้วยเหตุว่าราคาผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการไม่สูงเกินความจำเป็น แม้กระนั้น ในมุมของผู้ประกอบธุรกิจ เงินเฟ้อต่ำ เป็น การไม่สามารถที่จะปรับราคาให้สูงขึ้นผลิตภัณฑ์ รวมทั้งบริการได้ และก็ถ้าเกิดเป็นอย่างงี้บางธุรกิจที่ไม่สามารถที่จะสามารถควบคุมทุนเจริญ บางทีอาจพบเจอปัญหาขาดทุน ทำให้ขาดแรงกระตุ้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ และก็บริการ มีผลกระทบทางอ้อม นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการจ้างแรงงานที่ลดน้อยลง
ฉะนั้น ธนาคารกลางแต่ละประเทศส่วนมากจะกำหนดกรอบวัตถุประสงค์ของเงินเฟ้อไม่ให้ต่ำหรือสูงเหลือเกิน ปัจจุบันนี้ ธนาคารชาติตั้งเป้าหมายของเงินเฟ้อ ไว้ที่ 2.5% (± 1.5%) หรือให้อยู่ในกรอบ 1-4% ดังนี้ ก็เพื่อการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่พอดี อันเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งเดี๋ยวนี้เหตุการณ์เงินเฟ้อของเมืองไทย จะวนเวียนอยู่แถวกรอบข้างล่างที่ 1%
UFABET อันดับ1 ในไทย โดยธรรมดาแล้ว การดันเงินเฟ้อสูงมากขึ้น จะทำเป็นโดยการลดดอก หรือทำให้ดอกอยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำ เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัว มีการใช้จ่าย แม้กระนั้นดังนี้ก็จะต้องมาแลกเปลี่ยนกับหนี้ที่จะเกิดขึ้น ทั้งยังภาคครอบครัว รวมทั้งบริษัทเอกชน ซึ่งบางทีอาจกำเนิดการเสี่ยงตามมา ได้แก่ การเก็งกำไรในบางสินทรัพย์มากจนเกินความจำเป็น หรือ อัตราส่วนการก่อหนี้สินพุ่งสูงมากขึ้น
ดูท่า ขณะนี้เมืองไทยราวกับจะติดหล่มเรื่องสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ลดดอกก็มีปัญหาหนี้สิน ขึ้นดอก เศรษฐกิจก็ซบเซา เงินเฟ้อต่ำ สรุปแล้ว หัวข้อนี้นับได้ว่าเป็นงานที่ท้าของธนาคารชาติ ว่าจะหลุดออกมาจาก Dilemma นี้ยังไง
สนับสนุนบทความโดย UFABET เว็บอันดับ 1 ของไทย
- มีเกมส์ให้เล่นมากที่สุด
- ราคาน้ำดี ให้ค่าคอมสูงที่สุด
- ฝากถอนโอนไว รวดเร็วทันใจ
- เล่นตรงกับบริษัท ปลอดภัยมั่นใจได้
- มีพนักงานพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น