แต่ว่าอันที่จริงแล้ว ยังมีอีกอุตสาหกรรมที่เมืองไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก และก็อุตสาหกรรมนี้ยังได้ประโยชน์จากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวอีกด้วย อุตสาหกรรมนี้เป็น Medical tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยคาดว่าปี 2561 มีคนป่วยฝรั่งมาใช้บริการ 3.4 ล้านครั้ง สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 1 แสนล้านบาท
การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เป็นการที่คนป่วยฝรั่งเดินทางมารักษาตัวในโรงหมอของเมืองไทย พร้อมด้วยท่องเที่ยวไปในตัว จุดเริ่มแรกเป็นปี 2547 ที่รัฐบาลไทยได้มานะส่งเสริมในเรื่อง Medical Tourism จนกระทั่งทำให้ไทยได้เป็นศูนย์กลางทางด้านการแพทย์ในอาเซียน หรือ Medical Hub ในปี 2557 แซงหน้าแชมป์เก่าอย่างประเทศสิงคโปร์ไปได้ (อ้างอิงแมกกาซีน Forbes)
ทำให้ธุรกิจต่างๆอย่าง ธุรกิจสปา หมอแผนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงหมอเอกชนได้รับผลดี มีคนเจ็บต่างประเทศนิยมเข้ามารักษาตัวในประเทศไทย โดย 5 ขั้นแรกเป็น กรุ๊ปตะวันออกกลาง 12.5% ภรรยานมา 8.7% สหรัฐอเมริกา 6.2% สหราชอาณาจักร 5% รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น 4.9%
เพราะโรงหมอเอกชนในประเทศไทย มีคุณภาพการบริการที่ดี รวมทั้งมีค่าบริการเยียวยารักษาที่ถูกกว่าประเทศอื่นมากมาย ในระดับประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ของไทยมีความสามารถแล้วก็ ความรู้ความเข้าใจเสมอกันประเทศพัฒนาแล้วอย่าง ประเทศสิงคโปร์, ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศแถบยุโรป
โดยในประเทศไทยมีปริมาณโรงหมอที่ได้รับมาตรฐาน JCI เป็น โรงหมอที่มีความเป็นยอดเยี่ยมในทุกมาตรฐาน เป็นปริมาณ 64 โรงหมอ ครอบคลุมหลายจังหวัด อย่างเช่น จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี ขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเยอะๆที่สุดในอาเซียน แล้วก็ชั้น 4 ของโลก
เรื่องทั้งปวงนี้ เลยทำให้คนไข้ฝรั่งอยากได้เข้ามารักษาตัวในไทยเพิ่มมากขึ้นโดยยิ่งไปกว่านั้นคนจีน ที่ในตอนก่อนหน้านี้ ให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าจีนมีหมอน้อยเกินไปต่อความอยากของคนภายในประเทศ รวมทั้งยังมีช่วงเวลาการรอคอยคิวเข้ารักษานานกว่าเมืองไทย
UFABET ลิ้งค์เข้าเว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์ เรื่องยังไม่จบเท่านี้ บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Airbnb และก็ Hotels.com ก็เข้ามาร่วมกลุ่มด้วย โดยเพิ่มบริการที่ช่วยค้นหาโรงหมอ แล้วก็หาที่อยู่ที่อาศัยให้สำหรับคนไข้ต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราลองดูตัวอย่างผลประกอบการของโรงหมอที่ลงทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น
บริษัท กรุงเทวดาดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เป็นกรุ๊ปโรงหมอที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บริษัทมีโรงหมอในเครือมาก ไม่ว่าจะเป็นกรุ๊ปโรงหมอกรุงเทวดา, สมิติเวช, บีเอ็นเอช, พญาไท, เปาโล และก็รอยัล โรงหมอรวมเบ็ดเสร็จ 46 ที่ มี 8,011 เตียง โดยมีรูปร่างรายได้จากคนเจ็บฝรั่งคิดเป็น 30%
เดี๋ยวนี้บริษัทมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 407,393 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 70,496 ล้านบาท ผลกำไร 8,386 ล้านบาท
ปี 2560 มีรายได้ 77,137 ล้านบาท ผลกำไร 10,216 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 81,097 ล้านบาท ผลกำไร 9,191 ล้านบาท
บริษัท โรงหมอบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH นับว่าเป็นโรงหมอที่เป็นที่รู้จักอันดับแรกๆของเมืองไทย มี 580 เตียง โดยรูปร่างรายได้สูงถึง 66% เป็นของคนไข้ต่างประเทศ เดี๋ยวนี้บริษัทมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 124,632 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 18,128 ล้านบาท ผลกำไร 3,626 ล้านบาท
ปี 2560 มีรายได้ 18,530 ล้านบาท ผลกำไร 3,944 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 18,541 ล้านบาท ผลกำไร 4,152 ล้านบาท
UFABET รับโบนัสฟรีสูงสุด จะมีความเห็นว่าผู้เจ็บป่วยต่างประเทศมีความหมายต่อรายได้ของโรงหมอพวกนี้พอควร ฉะนั้นด้วยเกียรติศักดิ์ของโรงหมอเอกชนไทยที่ฝรั่งเห็นด้วย บวกกับแนมโน้มสังคมคนวัยชรา โรงหมออาจสามารถเติบโตได้อีก รวมทั้งเติบโตไปพร้อมๆกับอุตสากรรมการท่องเที่ยวของไทย สรุปแล้วเมืองไทยก็มีเรื่องมีราวดี ที่ติดอันดับต้นๆของโลกเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแวดวงแพทย์ ซึ่งไม่น่าฉงนใจ ด้วยเหตุว่าเด็กหัวกะทิของประเทศ ต่างนิยมเลือกเรียนหมอเป็นขั้นแรก
สนับสนุนบทความโดย UFABET เว็บอันดับ 1 ของไทย
- มีเกมส์ให้เล่นมากที่สุด
- ราคาน้ำดี ให้ค่าคอมสูงที่สุด
- ฝากถอนโอนไว รวดเร็วทันใจ
- เล่นตรงกับบริษัท ปลอดภัยมั่นใจได้
- มีพนักงานพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น